ตร. เตรียม 99 กองร้อยดูแลม็อบบ่ายนี้ แนะเลี่ยง 5 เส้นทางรอบ ถนนราชดำเนิน

ตร. เตรียม 99 กองร้อยดูแลม็อบบ่ายนี้ แนะเลี่ยง 5 เส้นทางรอบ ถนนราชดำเนิน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยในสถานการณ์การชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองในวันนี้ (14 ต.ค.) ว่า  หลังผู้ชุมนุมคณะราษฎร์ได้ประกาศเปลี่ยนเวลารวมตัวกันในช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจได้จัดวางกำลังควบคุมฝูงชน 99 กองร้อย เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยตามขั้นตอนปฏิบัติ โดยตำรวจจะคำนึงว่า อะไรทำแล้วอาจเกิดเหตุการณ์บานปลาย ตำรวจก็จะพิจารณาอย่างรอบคอบ

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวยืนยัน ตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้ง และต่างตนต่างทำหน้าที่ของตนเอง ทั้งนี้ขอความร่วมมือกับผู้ชุมนุมทุกกลุ่มที่มีการรวมตัววันนี้ อาทิ ผู้ชุมนุมกลุ่มอดีตพระพุทธอิสระ, กลุ่มของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ, และกลุ่มคณะราษฎร 63 ให้ศึกษากฎหมาย และไม่กระทำการใดที่ละเมิดกฏหมายหรือสิทธิของผู้อื่น และห้ามชุมนุมค้างคืน ซึ่งหากทำผิดกฎหมาย ตำรวจก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนโดยไม่คำนึงว่าเป็นผู้ชุมนุมกลุ่มใด ทั้งนี้ ตำรวจก็จะดูแลเรื่องการข่าวป้องกันไม่ให้มีกลุ่มมือที่ 3 เข้ามาแทรกแซง และป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมกลุ่มที่มีความเห็นต่างกันมาเผชิญหน้ากัน

“ขณะที่การจับกุมแกนนำ 21 รายของคณะราษฎร 63 เมื่อวานนี้ (13 ต.ค.) ตำรวจแจ้ง 10 ข้อกล่าวหา คือ ร่วมกันมั่วสุม 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง, ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน, ร่วมกันทำร้ายผู้อื่น, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, และความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.จราจรทางบก,  พ.ร.บ.รักษาความสะอาด และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ จากกรณีใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ดำเนินการให้เกิดความวุ่นวาย ใช้สีสาดใส่ตำรวจ และขว้างปาวิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ โดยตำรวจจะคุมตัวไปยื่นฝากขังต่อศาลที่มีอำนาจแต่ละแห่ง ส่วนจะค้านประกันหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวน”

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า  การจับกุมเป็นไปตามขั้นตอน หลังมีการเตือนและเจรจาแล้วแต่ไม่เป็นผล อีกทั้งเป็นความผิดซึ่งหน้า ตำรวจสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายควบคุมตัวได้ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลายกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้อื่น หากไม่จับกุมก็จะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ย้ำตำรวจไม่ได้มุ่งใช้กฎหมายจับกุมอย่างเดียว ส่วนการชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อข่วงหัวค่ำวานนี้ พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เช่นการบันทึกภาพวิดีโอต่างๆไว้แล้ว แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลใด

ส่วนการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ตำรวจไม่มีการปิดการจราจรเส้นทางใด แต่ขอให้ประชาชนหลีกเบี่ยงเส้นทาง 5 เส้นทาง ถนนราชดำเนินกลาง ถนนดินสอ ถนนหลานหลวง ถนนตะนาว และสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *